แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมอวรงค์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมอวรงค์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

หมอวรงค์ กับคำเตือน


จากคำพูดบางส่วนของหมอวรงค์
..............................................
"ตามกระแสข่าวผมเข้าใจว่าคุณยิ่งลักษณ์ 
คงจะแก้ต่างว่านโยบายบายจำนำข้าวต้องการช่วยเหลือประชาชน 
ไม่ควรนำกำไรขาดทุนมาคิด โดยหลักการนี้ไม่มีใครว่า
แต่นโยบายหรือโครงการช่วยเหลือประชาชนต้องไม่นำไปสู่ความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ไม่ใช่เสียหายต่องบประมาณเท่านั้น
สภาพข้าวในโกดังที่เสื่อมสภาพสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์กระจายไปทั้งประเทศ นี่ยังไม่นับการเอื้อให้มีผลประโยชน์เฉพาะบริวารพรรคพว
ในการระบายข้าวแบบจีทูจี และการทุจริตในขั้นตอนต่างๆ
จนโครงการขาดสภาพคล่อง ทำให้พี่น้องชาวต้องฆ่าตัวตายสูงถึง 16 ชีวิต"
.............................................
ยังไงสะ....ยิ่งลักษณ์....จะต้องรับผิดชอบ

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ค้านเลือกนายก

วัน ที่ 16 ธ.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช.ที่มีนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ เสนอให้มีการเลือกตั้งนายกและครม.โดยตรงว่า คิดว่า กมธ.ชุดนี้ตีโจทย์ปัญหาการเมืองของชาติไม่ตรงเป้า เพราะปัญหาการเมืองของประเทศเกิดจาก

1. รัฐบาลใช้อำนาจมากเกินขอบเขต แบ่งแยกประชาชนและไม่ยอมรับการตรวจสอบคือ ผิดไม่ยอมรับผิด ขาดจริยธรรมทางการเมือง เมื่อมีปัญหาจะชอบอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง
ดังนั้นถ้ามีการเลือกนายกและครม.โดยตรง รัฐบาลจะยิ่งมีอำนาจมากขึ้น ถ้าไปเจอรัฐบาลแบบเดิม ปัญหาจะหนักกว่าเดิม

2.การตรวจสอบ ถ่วงดุลฝ่ายบริหารช้าเกินไป ต้องลดการแทรกแซงองค์กรตรวจสอบ ให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญแยกเด็ดขาดจากรัฐบาล โดยเฉพาะการที่รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้ไปรับตำแหน่งกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจ แม้จะการเลือกนายกฯและครม.โดยตรงไม่ได้แก้ปัญหานี้ยันแม้เลือกตรงก็ไม่ลด
ซื้อเสียง แนะใช้ชื่อแทนเบอร์

3.ปัญหาการทุจริตหลักอยู่ที่รัฐบาลและการกำหนดนโยบายเพื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรงของรัฐบาล ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ในรูปแบบใด การที่ ส.ส.วิ่งเต้นงบฯช่วยตอบสนองประชาชน
ก็ยังเกิดอยู่แม้จะเลือกนายกฯและครม.โดยตรง เพราะเป็นเครือข่ายอุปถัมภ์

4.การแยกเลือกนายกฯและครม. จะช่วยลดการซื้อเสียงของ ส.ส.ก็ไม่จริง เพราะการแข่งขันทุกระดับ เพื่อไปสู่ชัยชนะล้วนมีการเอื้อประโยชน์ทุกรูปแบบ ถ้าตราบใดที่ประชาชนบางกลุ่มยังไม่มีจิตสำนึก การซื้อเสียงก็ยังเกิดขึ้น ที่ผ่านมา การกำหนดให้ผู้รับสมัครเลือกตั้งใช้หมายเลข เอื้อให้เกิดการซื้อเสียงง่ายขึ้น แต่หากใช้ชื่อ นามสกุลผู้สมัคร รูปถ่ายและชื่อพรรค ตราพรรค จะทำให้การซื้อเสียงยากขึ้น ยิ่งเป็นเขตใหญ่ ใช้ระบบวันแมนวันโหวต จะทำให้ประชาชนสนใจในตัวผู้สมัคร ต้องจำชื่อ
นามสกุลให้ได้ ถ้าอ่านหนังสือไม่ได้ก็ให้จำรูปแทน

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ ถ้าต้องการลดอิทธิพลของเงินทุนในการประชาสัมพันธ์ กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำป้ายรวม โดยผู้สมัครจ่ายเงินรวมตอนสมัคร ห้ามผู้สมัครทำป้ายเอง ให้ผู้สมัครทำได้แค่บัตรแจกแนะนำตัว กำหนดจำนวนรถแห่ป้าย หรือให้มีแค่รถปราศรัยผู้สมัคร ไม่จำกัดการปราศรัย
จะช่วยลดอิทธิพลของเงินทุนได้มาก เพราะการหาเสียงแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องป้ายและรถ แห่จำนวนมาก จะเปิดโอกาสให้คนดี มีชื่อเสียงแต่เงินน้อย ได้เข้ามาเป็น ส.ส. หากใช้ชื่อ สกุล หรือรูปแทนเบอร์ ผู้สมัครก็ต้องทำความดีอย่างมากเพื่อให้ประชาชนจำชื่อ นามสกุลหรือรูปให้ได้ด้วย

http://www.thairath.co.th/content/469368

http://www.fahwonmai.tv/politics/1212774

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วรงค์ งง อสส.อ้างมั่วให้ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มคดีจีทูจี

หมอวรงค์ งง ผมก็ งง เหมือนกันครับ
และก็เชื่อว่า ปปช. ก็คงจะ งง เหมือนกัน
คดีทุจิต จีทูจี กับ คดีละเลยการปฏิบัติหน้าที่
มันเป็นคดีเดียวกันหรือไร?????

วรงค์ งง อสส.อ้างมั่วให้ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มคดีจีทูจี

ทั้งที่คนละสำนวน คดีละเลยเกิดเสียหาย ลั่น ถึงเวลาตัด สส.จากผลประโยชน์ รับเป็นกรรมการบอร์ดฯ ปิดทางเอื้อจากการเมือง
วันที่ 14 ธ.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก
พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุด (อสส.)
ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบเพิ่มเติม เรื่องการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีนั้นว่า ตนติดตามการทำงานร่วมระหว่าง อสส.และ ป.ป.ช.อย่างใกล้ชิด ยิ่งเห็นความขัดแย้งของข้อมูล เพราะล่าสุด ป.ป.ช.ได้ยืนยันจุดยืนเดิมชัดเจน เรื่องขอให้สอบพยานเพิ่มเติมเรื่องการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีว่า มีการซื้อขายจริงหรือไม่ เพราะพยานบางปากยังให้การขัดกัน ทั้งที่ ป.ป.ช. ชี้ชัดว่าเรื่องจีทูจีไม่เกี่ยวกับประเด็นการชี้มูลความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และไม่มีอยู่ในสำนวนด้วย เพราะเป็นเรื่องการไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการจำนำข้าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า
แต่เรื่องจีทูจีอยู่ในสำนวนคดีทุจริตซื้อขายข้าวจีทูจี ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นคนละสำนวนกัน ทาง ป.ป.ช. ชี้แจงสังคมชัดเจนอย่างนี้แล้ว ไม่ทราบว่า อสส.จะว่าอย่างไรต่อกับสังคม
ทั้งนี้ ตนว่าถึงเวลาต้องปฏิรูปกระบวนการเอาผิดนักการเมืองอย่างจริงจังได้แล้ว โดยเฉพาะหน่วยงานอัยการที่เป็นทนายแผ่นดิน ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและปลอดจากการแทรกแซง การปฏิรูปครั้งนี้ จึงไม่ควรให้อัยการรับผลประโยชน์จากฝ่ายบริหาร คือ ไม่ควรให้อัยการไปรับตำแหน่งกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพื่อปิดโอกาสการเอื้อประโยชน์เพื่อแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร
http://www.thairath.co.th/content/469029